เที่ยวพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ แวะเมืองโบราณ เมืองปากน้ำ

samutprakan1

เมืองปากน้ำ หรือ สมุทรปราการ นอกจากจะมีควมสำคัญทางประวัติศาตร์ในฐานะเมืองหน้าด่านทางทะเลที่สำคัญในอดีตแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีชื่อเสียงมากมาย แต่ละที่ก็อลังการไม่ธรรมดา ทริปนี้จะพาเที่ยวแบบสั้นๆ ในวันเดียว โดยจะเริ่มจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เมืองโบราณ และไปจบที่สถานตากอากาศบางปูเห็นชื่อสถานที่ท่องเที่ยวก็คงคุ้นตากันอยู่แล้ว เพราะแต่ละที่ก็ท๊อปฮิต ติดอันดับต้นๆ ของเมืองปากน้ำทั้งนั้น

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สถานที่ท่องเที่ยวอันดับแรกที่จะแวะเติมความสุขกันในช่วงเช้าของการเดินทางในทริปนี้ ขับรถมาตามถนนไปเรื่อยๆ ตามถนนสุขุมวิท เมื่อเข้าเริ่มเข้ามาใกล้ๆ จะเห็นของ หัวช้างสามเศียร โดดเด่นมาแต่ไกล หลังจากหาที่จอดรถ ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดไว้ด้านหลังสำหรับผู้เข้าชมจอดฟรี เสียค่าเข้าชมแบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบที่ 1 ไม่ได้เข้าชมภายในตัวช้างจะเสียค่าเข้า 50 บาท แบบที่ 2 เข้าชมภายในตัวช้าง ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 50 บาท ?รวมค่าดอกไม้ ธูปเทียน และชุดไว้ด้วย

ก่อนเข้าสู่บริเวณพิพิธภัณฑ์ จะผ่านสวน ซึ่งเรียกว่า ป่าหิมพานต์ มีสัตว์ในวรรณคดีต่าง ซึ่งก่อนจะเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ต้องต้องผ่านป่าหิมพานต์ก่อนถึงจะขึ้นสรวงสวรรค์ และเมื่อก้าวเข้าภายในใกล้กับอาคาร พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ยิ่งตะลึงกับความอลังการของ ช้างสามเศียร ดูแล้วก็แอบขนลุกในความน่าเกรงขามของ เศียรช้าง แค่เศียรเดียวก็อึ้งแล้ว แต่นี่รวมกันสามเศียร์ ยิงทึ่งในความอลังการของ ประติมากรรมอันยิ่งใหญ่ ?จะเดินไปช่วงใด ก็รู้สึกเหมือนเศียรของช้างอยู่ใกล้ตัวเราตลอด? นับถือความพยายามและตั้งใจของเจ้าของที่ได้คิดและสร้างสรรค์ปะติมากรรมนี้ขึ้นมาให้มนุษย์โลกอย่างเราได้ชมกัน??เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวัตถุมีค่าและโบราณวัตถุไว้จำนวนมาก เช่น พระพุทธรูป เทวรูปสมัยต่างๆ และภาพวาด สร้างขึ้นจากความคิดและจินตนาการของคุณ เล็ก วิริยะพันธุ์ ?ที่ต้องการรักษาของโบราณที่ท่านสะสมไว้ รวมถึงรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ไว้ให้เป็นมรดกของแผ่นดินไทย แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็เห็นจะเป็นตัวพิพิธภัณฑ์ที่เป็นรูปช้างสามเศียร ซึ่งเป็นประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำจากโลหะทองแดงนับแสนชิ้น ตัวช้างรวมอาคารมีความสูง 43.60 เมตร หรือสูงขนาดตึก14-17ชั้น เลยทีเดียวการเข้าชมในตัวอาคารจะแบ่งให้ชมเป็นรอบๆ มีมักคุเทศน์ คอยบรรยายให้ความรู้ถึงประวัติความเป็นมา? ตัวอาคารแยกเป็น 3 ชั้น ตามความเชื่อในหลักไตรภูมิ คือ ชั้นบาดาล ชั้นโลกมนุษย์ และชั้นสวรรค์ เริ่มชมจากชั้นบาดาล ซึ่งอยู่ชั้นล่างสุดเป็นส่วน จัดเก็บโบราณวัตถุ และเครื่องใช้สมัยเก่าที่หาชมได้ยาก มีรูปองค์จำลองมนุษย์นาค นั่งอยู่กึ่งกลางห้อง สร้างขึ้นตามความเชื่อ เพื่อให้มนุษย์นาคคอยดูแลโบราณวัตถุอยู่ใต้น้ำ ชั้นนี้ห้ามถ่ายรูปค่ะ

จากชั้นใต้ดิน มัคคุเทศน์ ก็พาเราขึ้นมายั้งชั้น 2 หรือ เรียกว่า ชั้นมนุษย์ เป็นชั้นที่สะดุดตาและงดงามที่สุด อ่อนช้อย ด้วยลวดลายปูนปั้น ระดับด้วยเครื่องถ้วยเบญจรงค์และกระจกสี Stain Glass ที่ประดับประดา ตามเสาและบันไดทางขึ้น และ เมื่อแหงนหน้าขึ้นไปมองข้างบน ก็จะเจอหลังคาทำเป็นรูปจักรราศี อลังการมาก ขึ้นบันไดไปยังข้างบน

ขึ้นมาถึงชั้น 2 ชั้นโลกมนุษย์ ก็จะมีลิฟท์ให้เราขึ้นไปยังชั้น 3? ชั้นสวรรค์ ซึ่งเป็นชั้นสุงสุดของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะอยู่ภายในท้องช้าง ชั้นนี้จะประดิษฐ์สถาน พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปเก่าแก่ในสมัยต่างๆ และภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสุริยจักรวาล เข้ามาแล้วรู้สึกผ่อนคลายและสงบมากมายเลย

ชมภายนอกตัว พิพิธภัณฑ์แล้ว ออกมาด้านอกก็มีให้ไหว้สักการะบูชาช้างสามเศียร เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย เชื่อกันอย่างแพร่หลายว่าหากผู้ใดได้มาขอพรแล้ว ช้างเอราวัณสามารถดลบันดาลให้เกิดโภคทรัพย์สมบัติ และโชคลาภนานาชนิด สิ่งของทีนิยมนำมากราบไหว้และแก้บนได้แก่กล้วย อ้อย สับปะรด มะพร้าว และผลไม้ต่างๆ และมีข้อแม้ว่าห้ามขอและห้ามบนบานสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีการลอยดอกบัว ผู้ที่เข้าชมภายในตัวช้างเอาบัตรไปแลกดอกบัวได้เลย สำหรับผู้ไม่ได้ซื้อบัตรเข้าชมภายในตัวช้าง ซึ่งสามารถซื้อได้จากซุ้มที่จัดเตรียมไว้ ดอกบัวจะใส่อยู้ในถ้วยเล็ก เพื่อให้ไปลอยในสระน้ำ ซึ่งสร้างโอบล้อมรอบพิพิธภัณฑ์ฯ เชื่อว่าลอยดอกบัวไปเพื่อนมัสการพระเจดีย์จุฬามณี ที่อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และยังมีสวนร่มรื่น จัดเป็นอุทยานพรรณไม้ มีอาคารสำหรับให้ได้นั่งพักผ่อน เป็นอันเสร็จสิ้นการเที่ยวชมช้างสามเศียรแต่เพียง หลังจากชมความงามและความยิ่งใหญ่ของ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแล้ว จุดหมายต่อไปของเรา คือ ไปเที่ยวทั่วไทย ที่ เมืองโบราณ

ขอขอบคุณ : http://www.paiduaykan.com

Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

. . . . . . . . .