ชุมชนเก่าของบางกอก อยู่ในสวน จ. นนทบุรี-วัดปรางค์หลวง

ชุมชนเก่าแก่กว่า 500 ปีมาแล้ว ของกรุงเทพฯ กรุงธนฯ อยู่สองฝั่งคลองบางกอกน้อย ตั้งแต่เขต กทม. ต่อเนื่องลึกเข้าไปถึง จ. นนทบุรี

มีถนนเล็กๆผ่านเรือกสวนร่มรื่นและร่มเย็น นับเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางเลือก ไม่ต้องยื้อแย่งแข่งขันกับใครให้เหนื่อยและหนัก

วัดปรางค์หลวง อยู่ริมคลองบางกอกน้อย (ช่วงบางม่วง-บางใหญ่) ต. บางม่วง อ. บางใหญ่ จ. นนทบุรี

มีพระปรางค์ยุคต้นอยุธยาเป็นหลักฐานสำคัญ แล้วยังมีซากวิหารหน้าพระปรางค์กับใบเสมาหินชนวน เหลืออยู่แผ่นเดียว แต่ความเก่าแก่สอดคล้องกัน เท่ากับยืนยันว่ามีชุมชนและมีวัดมาแล้วตั้งแต่ ก่อน พ.ศ. 2000 ยุคเดียวกับชุมชนที่มีชื่ออยู่ในโคลงกำสรวลสมุทร (กำสรวลศรีปราชญ์)ว่าบางระมาดและบางเชือกหนัง ทางคลองบางกอกน้อย เข้าคลองชักพระ ย่านตลิ่งชัน

ผมเคยเข้าไปวัดปรางค์หลวงหลายครั้งตั้งแต่ 20 กว่าปีมาแล้ว ตามคำบอกเล่าชักชวนของนักสำรวจสมัครเล่น ครั้งนั้นยังเป็นทางลูกรัง และพระปรางค์ยังปรักหักพังอยู่ในสุมทุมพุ่มไม้ริมทาง ซึ่งคนต่างถิ่นไม่มีใครรู้จัก และไม่มีใครสนใจ นอกจากนักสำรวจสมัครเล่นไม่กี่คนที่ผมก็พึ่งพาอาศัยได้ความรู้จากพวกเขาเหล่านั้น

คนในท้องถิ่นรู้จักปรางค์หลวง แต่ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์อะไร นอกจากเป็นของเก่าศักดิ์สิทธิ์

ไม่กี่วันมานี้ผมเพิ่งผ่านเข้าไปดูพระปรางค์หลวง เห็นแล้วชื่นใจ เพราะกรมศิลปากรไปดูแลบูรณะไว้นานมาแล้วอย่างงดงามโดยไม่เสียหายหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี

วิหารหน้าพระปรางค์ที่ออกแบบเพิ่มความแข็งแรง ดูแล้วปลอดโปร่งร่มเย็นเป็นสุขสะอาดสะอ้าน

สรุปแล้วทั้งหมดกรมศิลปากรทำดีมากๆ มีฝีมือยอดเยี่ยม

เสียดายที่ไปถึงเมื่อพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน เลยเดินดูได้ไม่รอบวัดที่กำลังมีการก่อสร้างอาคารไม้เก่าอยู่ด้านหน้าวัด ใกล้คลอง แล้วไม่ทันดูอย่างอื่นๆที่ควรจะรื่นรมย์อย่างยิ่ง

คลองผ่านหน้าวัดปรางค์หลวง ในแผนที่ลงว่ายังเรียกคลองบางกอกน้อย ก่อนถึงแยกคลองบางใหญ่ (ที่จะเชื่อมเป็นคลองอ้อมนนท์) มีถนนเข้าถึงวัดปรางค์หลวง 2 ทาง

ทางแรก มีซอยเข้าถึงวัดอย่างสะดวก ตรงถนนกาญจนาภิเษก ใกล้แยกนครอินทร์

อีกทางหนึ่ง แยกจากถนนราชพฤกษ์(ขาออกไปทางปทุมฯ) เข้าบางม่วง มีสะพานข้ามคลองบางกอกน้อยถึงแยกคลองบางใหญ่ จะมีถนนซอยเข้าขนัดสวนไปถึงวัดปรางค์หลวงสะดวกมาก

ขอขอบคุณ http://www.sujitwongthes.com/

Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

. . . . . . . . .