วัดบึง…นครราชสีมา

0435604001342427560

หากใครได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมามาก่อนแล้ว จะทราบว่าการสร้างเมืองนครราชสีมา ในสมัยสมเด็จพระนาราย์มหาราช ได้มีการขุดคูเมือง พร้อมด้วยการสร้างกำแพงเมืองล้อมรอบเขตพระนครไว้ ภายในกำแพงเมืองจะมีวัดประจำเมืองซึ่งอยู่ประจำทิศต่าง ๆ ภายในจำนวน 6 วัด ได้แก่
– วัดกลางนคร (วัดพระนารายณ์มหาราช)
– วัดบูรพ์
– วัดอิสาน
– วัดพายัพ
– วัดสระแก้ว และ
– วัดบึง วัดบึงเป็นวัดที่อยู่ทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ที่ชื่อวัดบึงเพราะมีบึงใหญ่อยู่ในวัด วัดบึง ตั้งอยู่ในเขตกำแพงเมือง ใกล้กับประตูชุมพล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา ปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมด 17 ไร่

ประตูทางเข้า

ลักษณะสำคัญของวัด ที่บ่งบอกว่าเป็นวัดที่สร้างสมัยอยุธยา คือ พระอุโบสถฐานแอ่นแบบเรือสำเภา ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน กว้าง 12.15 เมตร ยาว 22 เมตร สูง 30 เมตร หลังคาเครื่องบนเป็นไม้ 2 ซ้อน ซ้อนที่ 1 มี 3 ตับ ซ้อนที่ 2 มี 4 ตับ มุงด้วยกระเบื้องดินเผา เครื่องบนทรงเครื่องลำยอง มีช่อฟ้าใบระกา นาคสะดุ้ง หางหงษ์ ประดับกระจกสี ผนังก่อสร้างอิฐฉาบปูน ด้านนอกมีคันทวยแกะสลักทำด้วยไม้เป็นรูปนาค ยาวประมาณ 1.80 เมตร ประดับกระจก ข้างละ 6 ตัว รวม 12 ตัว ประตูด้านหน้ามี 3 ประตู ด้านหลังมี 2 ประตู ฐานลักษณะบัวโค้งเป็นฐานสำเภา เรียกตามภาษาช่างว่า “โค้งปากตะเภา” หน้าบันด้านทิศตะวันออก แกะสลักไม้รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอยู่ตรงกลาง รอบข้างเป็นลายก้านขดหางโต ทิศตะวันตกเป็นรูปพระวิษณุ ทรงครุฑ ประกอบด้วย ลายก้านขดเช่นเดียวกัน ภายในพระอุโบสถเสากลม หัวเสาบัวจงกล 6 คู่ รวม 12 ต้น

พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก 6 ศอก ประทับนั่งสมาธิราบ ลักษณะศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีพระพุทธรูปศิลปะสมัยลพบุรี ปางห้ามสมุทร สูง 62 นิ้ว ประดิษฐานอยู่ข้างองค์พระประธานจำนวน 6 องค์ พระพุทธรูปปางนาคปรกศิลปกรรมสมัยลพบุรี ขนาดหน้าตักกว้าง 19 นิ้ว สูง 3 ฟุต ภายนอกพระอุโบสถประกอบด้วย กำแพงแก้ว ก่ออิฐถือปูน ใบเสมาหินทราย 8 ทิศ เป็นเสมาคู่ ประดิษฐานอยู่บนฐานสิงห์ ตอนบนเป็นบัวเกษร

ด้านหลังพระ อุโบสถมีเจดีย์ 1 องค์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิของอดีตเจ้าอาวาสวัดบึง และอัฐิของบรรพบุรุษที่ปฏิสังขรณ์ เจดีย์นี้ได้ปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งองค์ ใน พ.ศ. 1503 และ 2534

พระอุโบสถวัดบึงได้ทำการปฏิสังขรณ์ในปี พ.ศ. 2533 โดยรักษาคุณค่าของลักษณะสถาปัตยกรรมเดิมไว้ เสริมด้วยตาข่ายป้องกันนกเข้าไปอาศัยในหน้าบันทั้งสองด้าน ซึ่งถ้าไม่สังเกตจะมองไม่เห็น แต่บันไดทางขึ้นพระอุโบสถทั้งสองด้านทำบันไดนาคขอมขึ้นใหม่ ซึ่งดูแล้วยังขัดกัน เพราะเป็นศิลปกรรมคนละสมัย ปัจจุบันวัดได้ดูแลรักษาพระอุโบสถหลังนี้ไว้เป็นอย่างดีจนได้รับประกาศเชิดชูเกียรติจากศูนย์วัฒนธรรม จังหวัดนครราชสีมา ในฐานะผู้อนุรักษ์มรดกโครราชในวัดอนุรักษ์มรดกไทย 2 เมษายน พุทธศักราช 2534

วัดบึงในปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2539 นอกจากนี้วัดยังเป็นสาขาของโรงเรียนพระปริยัติธรรม โดยใช้ชื่อว่า โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดบึงกิตติวิทยา สำหรับเป็นศูนย์การเรียนรู้ศึกษาธรรมมะของภิกษุสามเณรตามหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ และตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ

ด้วยความเจริญในปัจจุบัน ทำให้ บึงน้ำ ที่เคยมีเหลือน้อยลง อีกประการหนึ่งเนื่องจากวัดตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ ทำให้มีอาคารพาณิชย์บดบังทั้ง 3 ด้าน สภาพดูอึดอัดไม่สบายตา ถ้ามีเวลา นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถภายในวัดแล้วเดินมาชมอุโบสถได้ ไม่ยากครับ
ขอขอบคุณhttp://www.khaoyaizone.com/

 

Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.

. . . . . . . . .