ไหว้หลวงพ่อโสธร เที่ยวตลาดคลองสวน 100 ปี

6557287c4

ไหว้หลวงพ่อโสธร ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา การเดินทางขับรถจากกรุงเทพฯ มาตาม ถ.มอเตอร์เวย์ มุ่งหน้า จ.ชลบุรี ระยะทางเพียง 50 กิโลเมตร ก็ถึง จ.ฉะเชิงเทรา แล้ว ท่านที่จะไหว้หลวงพ่อโสธร แบบสบายๆ คนไม่แน่นขนัดมากนัก ต้องมาเช้าๆ อากาศไม่ร้อนจัด ต้องเดินทางมาถึงช่วงเวลาประมาณ 8 – 9 โมงเช้า

สถานที่จอดรถที่ทางวัดจัดไว้ฟรี มีป้ายบอกทั้งฝั่งซ้ายและขวา มีอาคารจอดรถใหม่ อยู่ตรงข้ามอุโบสถหลังใหม่ จอดฟรี มีที่จอดหลายชั้น

ที่อุโบสถหลังใหม่ ไหว้พระด้วยดอกไม้ ไม่มีธูปเทียน

ที่อุโบสถหลังเก่า ประชาชนยังเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนที่มาสักการะหลวงพ่อโสธร มีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จแล้วมาแก้บน ด้วยการถวายไข่ไก่บ้าง จัดละครรำถวายบ้าง Read more »

วัดโสธรวรารามวรวิหาร

วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร

วัดโสธรวรารามวรวิหาร เดิมชื่อว่า วัดหงษ์ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทรา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร ฝีมือช่างล้านช้าง

ตามตำนานเล่าว่า หลวงพ่อพุทธโสธร เป็นพระพุทธรูปหล่อสำริดปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ มีรูปทรงสวยงามมาก ได้แสดงปาฏิหาริย์ลอยน้ำมา และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะที่เห็นในปัจจุบัน

แต่เดิม หลวงพ่อพุทธโสธรประทับอยู่ในโบสถ์หลังเก่าที่มีขนาดเล็ก รวมกับพระพุทธรูปอื่นๆ 18 องค์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จราชดำเนินมาที่วัดแห่งนี้ มีพระราชปรารภเรื่องความคับแคบของพระอุโบสถเดิม พระพรหมคุณาภรณ์(จริปุณโญ ด. เจียม กุลละวณิชย์) อดีตเจ้าอาวาสจึงได้รวบรวมเงินบริจาคเพื่อจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างพระอุโบสถหลังใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานการสร้าง และทรงเป็นผู้กำกับดูแลงานสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อ พ.ศ. 2531 และทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ น้ำหนัก 77 กิโลกรัม ประดิษฐานเหนือยอดมณฑป เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จมาทรงตัดหวายลูกนิมิต เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2549

การก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ สร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิม โดยใช้เทคนิควิศวกรรมสมัยใหม่ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อพุทธโสธร และพระพุทธรูปทั้ง 18 องค์

ศิลปะภายในพระอุโบสถหลวงพ่อพุทธโสธร ประกอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบนับตั้งแต่พื้นพระอุโบสถ เสา ผนัง และเพดานจะบรรจุเรื่องราวให้เป็นแดนแห่งทิพย์ เป็นเรื่องราวของสีทันดรมหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พรหมโลก ดวงดาว และจักรวาล โดยตำแหน่งของดวงดาวบนเพดาน กำหนดตำแหน่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 ณ เวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ

ขอขอบคุณ http://th.wikipedia.org

นมัสการหลวงพ่อปากแดง เที่ยวน้ำตกสาริกาและนางรอง เยือนเขื่อนขุนด่านปราการชล

photo_1

วัดพราหมณี ถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งใน จ.นครนายก ตั้งอยู่ที่ถนนสาริกา-นางรอง หลักกิโลเมตรที่ 4 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นในสมัยของรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2446 ปัจจุบันนี้มีอายุ 100 กว่าปีแล้ว วัดพราหมณี มีพระประธานศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง มีชื่อว่า “หลวงพ่อปากแดง” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มทาสีแดงเห็นชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง” สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของหลวงพ่อมีสีแดงสด Read more »

“หลวงพ่อปากแดงศักดิ์สิทธิ์” พระประธานในพระอุโบสถ วัดหลวงพ่อปากแดง หรือวัดพราหมณี (พระอารามหลวง) ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก

paragraphparagraph___116

“นครนายก” เดิมมีชื่อว่า “บ้านนา” เล่ากันว่า
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ดินแดนของนครนายกเป็นป่ารกชัฏเป็นที่ดอน
ทำนาหรือเพาะปลูกอะไร ไม่ค่อยได้ผลและมีไข้ป่าชุกชุม
ผู้คนจึงอพยพไปอยู่ที่อื่นจนที่นี่กลายเป็นเมืองร้าง

ต่อมา พระมหากษัตริย์ทรงทราบความเดือดร้อนของชาวเมือง
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลิกภาษีนาเพื่อจูงใจชาวเมืองให้อยู่ที่เดิม
ทำให้มีผู้คนอพยพมาอยู่เพิ่มมากขึ้น จนเป็นชุมชนใหญ่
และเรียกเมืองนี้กันติดปากว่า “เมืองนายก”

นครนายกเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ
ประมาณ ๑๐๗ กิโลเมตร ตามถนนเลียบคลองรังสิต
สันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี
มีหลักฐานแนวกำแพงเนินดินและสันคู อยู่ที่ตำบลดงละคร Read more »

สมโภช หลวงพ่อปากแดง 108ปี-ประดิษฐานวัดพราหมณี

budd2412

“วัดพราหมณี” ถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งใน จ.นครนายก ตั้งอยู่ที่ถนนสาริกา-นางรอง หลักกิโลเมตรที่ 4 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก สร้างขึ้นในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2446 ปัจจุบันมีอายุ 100 กว่าปีแล้ว

สถานธรรมแห่งนี้ประดิษฐานพระประธานศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง “พระพุทธรูปปางสมาธิ” สร้างด้วยโลหะสำริด หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มทาสีแดงเห็นชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง” สิ่งที่เด่นสะดุดตาคือที่ปากขององค์ท่านมีสีแดงสด เหมือนมีผู้นำลิปสติกไปทาไว้ ผู้เฒ่าผู้แก่ย่านนั้นยืนยันว่า เห็นปากท่านแดงแบบนี้มาตั้งแต่เกิด

ตามตำนานเชื่อกันว่า “หลวงพ่อปากแดง” เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อพระสุก และหลวงพ่อพระใส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบัน ซึ่งได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทน์ พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้านได้แยกย้ายไปตามวัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดงนั้น ถูกชาวบ้านอัญเชิญและนำมาหยุดยังพื้นที่ว่างบริเวณที่เป็นวัดพราหมณีในปัจจุบัน

จากนั้นก็ลงมือสร้างวัด แล้วก็อัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นเป็นพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งต่อมา “หลวงพ่อปากแดง” ก็กลายมาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาว จ.นครนายก จนทุกวันนี้ โดยความเชื่อของประชาชนนั้น ประชาชนที่เดินทางไปเที่ยวน้ำตกสาริกา จะต้องแวะกราบสักการบูชา พร้อมกับบนบานด้วยกล้วยน้ำว้า 9 หวี หมากพลู 9 ชุด พวงมาลัย 9 พวง และน้ำแดง 1 ขวด กันอย่างล้นหลาม

ขอขอบคุณ http://www.itti-patihan.com/

ประวัติของวัดหลวงพ่อปากแดง

วัดพราหม์มณี ถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งใน จ.นครนายก ตั้งอยู่ที่ถนนสาริกา-นางรอง หลักกิโลเมตรที่ 4 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2446 ปัจจุบันนี้มีอายุ 100 กว่าปีแล้ว วัดพราหม์มณี มีพระประธานศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นที่เคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง มีชื่อว่า “หลวงพ่อปากแดง” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มทาสีแดงเห็นชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง” สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของหลวงพ่อมีสีแดงสด เหมือนมีผู้นำลิปสติกไปทาไว้ ผู้เฒ่าผู้แก่ย่านนั้นยืนยัน ว่าเห็นปากท่านแดงแบบนี้ มาตั้งแต่เกิด แม้แต่ปู่ย่าตายายของผู้เฒ่าเหล่านี้ก็บอกว่าเห็นมาตั้งแต่เกิดเหมือนกันพระครูโสภณพรหมคุณ หรือ “หลวงพ่อตึ๋ง” เจ้าอาวาสวัดพราหมณี เล่าว่า ตำนานเชื่อกันหลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อพระสุก และหลวงพ่อพระใส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบัน ที่ได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทน์ พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้านได้แยกย้ายไปตามวัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดงนั้น ถูกชาวบ้านอัญเชิญและนำมาหยุดยังพื้นที่ว่างบริเวณที่เป็นวัดพราหมณีปัจจุบันนี้ จากนั้นก็ลงมือสร้างวัดแล้วก็อัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นเป็นพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งต่อมา “หลวงพ่อปากแดง” ก็กลายมาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาว จ.นครนายก จนทุกวันนี้ โดยความเชื่อของประชาชนนั้น ประชาชนที่เดินทางไปเที่ยวน้ำตกสาริกา จะต้องแวะกราบสักการบูชา พร้อมกับบนบานด้วยกล้วยน้ำว้า 9 หวี หมากพลู 9 ชุด พวงมาลัย 9 พวง และน้ำแดง 1 ขวด กันอย่างล้นหลาม พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐานให้สมความปรารถนาตัวเองวัดพราหม์มณี ยังคงมีเรื่องราวเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ เมื่อครั้งเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เลือกบริเวณที่ตั้งของวัดพราหมณีเป็นจุดพักทัพของกองพันทหารที่ 37 ซึ่งมีจุดหมายจะไปรวมพลกันที่บริเวณเขาชะโงก (ปัจจุบัน คือ สถานที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก) จึงมีทหารญี่ปุ่นล้มตายอยู่ในเขต จ.นครนายก หลายแห่งด้วยกัน ปรากฏว่ามีการค้นพบกระดูกของทหารญี่ปุ่นใกล้วัดพราหมณี ดังนั้น สมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่ 37 จึงได้สร้างอนุสรณ์สถานไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงทหารญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2532 ณ วัดพราหม์มณี ลักษณะทางสถาปัตยกรรม สร้างเป็นศาลาจตุรมุขประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานพร ด้านหน้าพระพุทธรูปเป็นแท่นหินจารึกอักษรญี่ปุ่น ด้านซ้ายพระพุทธรูปเป็นแท่นหินอ่อน โดยมีการจารึกข้อความไว้อาลัย สดุดีความกล้าหาญ และระลึกถึงไว้ที่ฐานพระพุทธรูป

ขอขอบคุณ http://www.edunayok.org/

วัดหราหมณี หลวงพ่อปากแดง และ อนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37แห่งนครนายก

เมื่อแวะมาถึงนครนายกเพื่อเที่ยวน้ำตกแล้ว สถานที่มงคลที่พลาดไม่ได้ทีจะต้องแวะไปสักการะเป็นสิริมงคลนั่นก็คือ วัดพรามณี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งใน จ.นครนายก ตั้งอยู่ที่ถนนสาริกา-นางรอง หลักกิโลเมตรที่ 4 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2446 ปัจจุบันนี้มีอายุ 100 กว่าปีแล้ว

วัดพราหมณี ยังคงมีเรื่องราวเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ เมื่อครั้งเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เลือกบริเวณที่ตั้งของวัดพราหมณีเป็นจุดพักทัพของกองพัน ทหารที่ 37 ซึ่งมีจุดหมายจะไปรวมพลกันที่บริเวณเขาชะโงก (ปัจจุบัน คือ สถานที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก)

อนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37

จึงมีทหารญี่ปุ่นล้มตายอยู่ในเขต จ.นครนายก หลายแห่งด้วยกัน ปรากฏว่ามีการค้นพบกระดูกของทหารญี่ปุ่นใกล้วัดพราหมณี ดังนั้น สมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่ 37 จึงได้สร้างอนุสรณ์สถานไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงทหารญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2532 ณ วัดพราหมณี

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม สร้างเป็นศาลาจตุรมุขประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานพร ด้านหน้าพระพุทธรูปเป็นแท่นหินจารึกอักษรญี่ปุ่น ด้านซ้ายพระพุทธรูปเป็นแท่นหินอ่อน โดยมีการจารึกข้อความไว้อาลัย สดุดีความกล้าหาญ และระลึกถึงไว้ที่ฐานพระพุทธรูป ป้ายจารึกด้านซ้ายของพระพุทธรูป และแท่นหินบูชาหน้าพระพุทธรูป ดังข้อความโดย สรุปของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดังนี้ Read more »

หลวงพ่อปากแดง Luang Por Pakdang

4823688544

วัดพราหม์มณี ถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งใน จ.นครนายก มีพระประธานศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นที่เคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง มีชื่อว่า “หลวงพ่อปากแดง” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มทาสีแดงเห็นชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง” สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของหลวงพ่อมีสีแดงสด เหมือนมีผู้นำลิปสติกไปทาไว้ ผู้เฒ่าผู้แก่ย่านนั้นยืนยัน ว่าเห็นปากท่านแดงแบบนี้ มาตั้งแต่เกิด พระครูโสภณพรหมคุณ หรือ “หลวงพ่อตึ๋ง” เจ้าอาวาสวัดพราหมณี เล่าว่าตำนานเชื่อกันหลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อพระสุก และหลวงพ่อพระใส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบัน ที่ได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทน์ พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้านได้แยกย้ายไปตามวัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดงนั้น ถูกชาวบ้านอัญเชิญและนำมาหยุดยังพื้นที่ว่างบริเวณที่เป็นวัดพราหมณีปัจจุบันนี้ จากนั้นก็ลงมือสร้างวัดแล้วก็อัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นเป็นพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งต่อมา “หลวงพ่อปากแดง” ก็กลายมาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาว จ.นครนายก จนทุกวันนี้

ขอขอบคุณhttp://www.chillpainai.com/

ประวัติหลวงพ่อปากแดง วัดพราหมณี จ.นครนายก

untitled

หลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาว จ.นครนายก ที่เป็นที่เคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง มีชื่อว่า “หลวงพ่อปากแดง” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มทาสีแดงเห็นชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง”

หลวงพ่อปากแดง วัดพราหมณี

สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของหลวงพ่อมีสีแดงสด เหมือนมีผู้นำลิปสติกไปทาไว้ ผู้เฒ่าผู้แก่ย่านนั้นยืนยัน ว่าเห็นปากท่านแดงแบบนี้ มาตั้งแต่เกิด แม้แต่ปู่ย่าตายายของผู้เฒ่าเหล่านี้ก็บอกว่าเห็นมาตั้งแต่เกิดเหมือนกัน

ตำนานหลวงพ่อปากแดงพระครูโสภณพรหมคุณ หรือ “หลวงพ่อตึ๋ง” เจ้าอาวาสวัดพราหมณี เล่าว่า ตำนานเชื่อกันหลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อพระสุก และหลวงพ่อพระใส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบัน ที่ได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทน์ พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้านได้แยกย้ายไปตามวัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดงนั้น ถูกชาวบ้านอัญเชิญและนำมาหยุดยังพื้นที่ว่างบริเวณที่เป็นวัดพราหมณี ปัจจุบันนี้ จากนั้นก็ลงมือสร้างวัดแล้วก็อัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นเป็นพระประธานในพระ อุโบสถ
ซึ่ง ต่อมา “หลวงพ่อปากแดง” ก็กลายมาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาว จังหวัดนครนายก จนทุกวันนี้ โดยความเชื่อของประชาชนนั้น ประชาชนที่เดินทางไปเที่ยวน้ำตกสาริกา จะต้องแวะกราบสักการบูชา พร้อมกับบนบานด้วยกล้วยน้ำว้า 9 หวี หมากพลู 9 ชุด พวงมาลัย 9 พวง และน้ำแดง 1 ขวด กันอย่างล้นหลาม พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐานให้สมความปรารถนาตัวเอง Read more »

ประวัติวัดพราหมณี (วัดหลวงพ่อปากแดง)

0480062001300490045

วัดพราหมณีสร้างขึ้นเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.5) เสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรี เมื่อมาถึงบริเวณวัด ช้างทรงเชือกหนึ่งได้ล้มลง จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ เมื่อปี พ.ศ.2446 ปัจจุบันนี้มีอายุ 100 กว่าปีแล้ว

วัดพราหมณีเคยได้ถูกทิ้งร้างไปในช่วงหนึ่ง กระทั่งในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เลือกบริเวณที่ตั้งของวัดพราหมณีและเขาทุเรียนเป็นจุดพักทัพของกองพลทหารที่ 37 ซึ่งมีจุดหมายจะไปรวมพลกันที่บริเวณเขาชะโงก (ปัจจุบัน คือ สถานที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก) จนสงครามสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2488 จึงมีทหารญี่ปุ่นล้มตายอยู่ในเขต จ.นครนายก หลายแห่งด้วยกัน ปรากฏว่ามีการค้นพบกระดูกของทหารญี่ปุ่นใกล้วัดพราหมณี ดังนั้น สมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่ 37 ได้ร่วมกันบริจาคเงินในนามสมาคมสหายสงครามสร้างอนุสรณ์สถานไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงทหารญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2532

ปี 2526 พระครูโสภณพรหมคุณ หรือ “หลวงพ่อตึ๋ง” เจ้าอาวาสวัดพราหมณีได้บูรณะวัดขึ้นใหม่ โดยเล่าว่า ตำนานเชื่อกันหลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อพระสุก และหลวงพ่อพระใส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบัน ที่ได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทน์ พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้านได้แยกย้ายไปตามวัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดงนั้น ถูกชาวบ้านอัญเชิญและนำมาหยุดยังพื้นที่ว่างบริเวณที่เป็นวัดพราหมณี ปัจจุบันนี้ จากนั้นก็ลงมือสร้างวัดแล้วก็อัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นเป็นพระประธานในพระ อุโบสถ ซึ่งต่อมา “หลวงพ่อปากแดง” ก็กลายมาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาว จ.นครนายก สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของหลวงพ่อมีสีแดงสด เหมือนมีผู้นำลิปสติกไปทาไว้ ผู้เฒ่าผู้แก่ย่านนั้นยืนยัน ว่าเห็นปากท่านแดงแบบนี้ มาตั้งแต่เกิด แม้แต่ปู่ย่าตายายของผู้เฒ่าเหล่านี้ก็บอกว่าเห็นมาตั้งแต่เกิดเหมือนกัน จนทุกวันนี้ โดยความเชื่อของประชาชนที่เดินทางไปเที่ยวน้ำตกสาริกา จะต้องแวะกราบสักการบูชา พร้อมกับบนบานด้วยกล้วยน้ำว้า 9 หวี หมากพลู 9 ชุด พวงมาลัย 9 พวง และน้ำแดง 1 ขวด กันอย่างล้นหลาม พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐานให้สมความปรารถนาแก่ตัวเอง

ก่อนจะถึงพระอุโบสถหลวงพ่อปากแดงนั้น ทางซ้ายของอุโบสถ จะมี “ศาลเจ้าแม่ตะเคียน” ซึ่งอยู่คู่มากับอุโบสถมาเป็นเวลาช้านาน เคยมีผู้ที่มากราบไหว้และบนไว้ เมื่อบนได้สำเร็จ ก็จะมาแก้บนด้วยการซื้อเสื้อผ้าชุดไทย มาถวายแก่เจ้าแม่ตะเคียนด้วย Read more »

วัดหลวงพ่อปากแดง (วัดพราหมณี)

0573226001300489651

หากจะถามกันว่า วัดที่ดังที่สุดในจังหวัดนครนายก คือวัดอะไร?
เชื่อได้ว่ากว่า 90% ต้องบอกว่า วัดหลวงพ่อปากแดง

ตามจริงแล้ว วัดนี้ชื่อว่า วัดพราหมณี และมีพระประธานประจำวัดเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มทาสีแดงเห็นชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง”

วัดพราหมณี เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่ถนนสาริกา-นางรอง หลักกิโลเมตรที่ 4 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก ปัจจุบันวัดพราหมณีจัดได้ว่าเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายกเลยทีเดียว ในวันหนึ่งๆ จะมีนักท่องเที่ยวมาสักการะหลวงพ่อปากแดง เป็นจำนวนมาก สร้างรายได้และสร้างเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้แก่ชุมชนได้เป็นอย่างดี ดังสังเกตได้ว่า ปัจจุบันได้มีการจัดพื้นที่จอดรถไว้กว้างขวางมาก

บริเวณลานจอดรถ หากหันหน้าไปทางประตูวัด จะมีศูนย์อาหารอยู่ทางด้านซ้ายมือและทางขวามือจะเป็นร้านขายของที่ระลึก เมื่อเดินเข้ามาในตัววัดก็จะเห็นศูนย์อาหารอีกจุดหนึ่ง

วัดพราหมณีในปัจจุบันจะแตกต่างจากเดิมมาก เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการจัดทำหลังคากันฝนตลอดรอบตัววัด จากคำบอกเล่าของชาวบ้านบอกว่าเนื่องจากทางวัดมีนักท่องเที่ยวมาเป็นจำนวนมาก เมื่อฝนตก นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่มีที่หลบฝน ต่างคนต่างเดิน ก็จะเกิดโกลาหลย่อมๆเลยทีเดียว ทางวัดจึงทุ่มงบประมาณจำนวนมากในการจัดสร้างหลังคาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว

เมื่อความสะดวกมา ความเจริญในด้านอื่นๆ ก็ตามมาอีก ในอดีตใครที่เคยมาที่วัดจะพบแผงขายของ ขายผัก โดยแม่ค้าในชุมชนเรียงรายอยู่ตามสองข้างทาง ปัจจุบัน กลายเป็น บูชขายของ สินค้าที่ระลึก อาหาร ขนม และที่ขาดไม่ได้ แผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนมาก ซึ่งจะพบเห็นตลอดสองข้างทางเมื่อเดินเข้าไปภายในวัด

ผ่านแผงขายของแล้วเราจะได้พบกับ วิหารหลวงพ่อโพธิ์ พระพุทธรูปปางสมาธิให้เราได้สักการะ กราบไหว้ขอพร และเสี่ยงเซียมซี ก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านในวัดเพื่อไปสักการะหลวงพ่อปากแดง

หลังจากได้ไหว้หลวงพ่อโพธิ์แล้ว ศาลาด้านข้างของหลวงพ่อโพธิ์ เป็นอนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37 ภายในอนุสรณ์สถานจะมีป้ายจารึกด้านซ้ายของพระพุทธรูป และแท่นหินบูชาหน้าพระ Read more »

สักการะหลวง พ่อปากแดง 443 ปี จากเวียงจันทน์ ที่นครนายก

 

p17u20dvbt144hmbs1an9726168i5

มาเที่ยวจังหวัดนครนายกกันทั้งที ยังไงๆ ก็ต้องแวะมาสักการะ “หลวงพ่อปากแดง” ที่วัดพราหมณีกันสักครั้งค่ะ วัดพราหมณี ถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งใน จ.นครนายก ซึ่งสร้างขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 5 ปัจจุบันนี้ก็มีอายุ 100 กว่าปีแล้วค่ะ

และที่วัดพราหมณีมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีนั้นก็เพราะมีพระประธานศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพนับถือกันอย่างกว้างขวางมีชื่อว่า หลวงพ่อปากแดง เชื่อกันว่าองค์หลวงพ่อมีความศักดิ์สิทธิ์ ช่วยให้คนที่มาขอพรประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการ จนมีชื่อเสียงไปทั่วทุกภูมิภาคของเมืองไทย

หลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มมีสีแดงเห็นได้ชัด สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของหลวงพ่อมีสีแดงสด เหมือนมีผู้นำลิปสติกไปทาไว้ ชาวบ้านจึงเรียกว่า หลวงพ่อปากแดง นั่นเอง

พระครูโสภณพรหมคุณ หรือ หลวงพ่อตึ๋ง เจ้าอาวาสวัดพราหมณี เล่าว่า ตามตำนานเชื่อกันว่าหลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อพระสุก และหลวงพ่อพระใส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบัน ซึ่งหลังจากที่ได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทน์ พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้านได้แยกย้ายไปตามวัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดงนั้น ถูกชาวบ้านอัญเชิญและนำมาหยุดพักยังพื้นที่ว่างบริเวณที่เป็นวัดพราหมณีนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี “ศาลาอนุสาวรีย์ของอดีตกองพลญี่ปุ่นที่ 37” เมื่อครั้งเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีทหารญี่ปุ่นล้มตายอยู่ในเขต จ.นครนายกมากมาย สมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่ 37 จึงได้สร้างอนุสรณ์สถานไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงทหารญี่ปุ่นค่ะ และยังมี “ศาลหลวงพ่อโพธิ์” และ “วิหารเจ้าแม่กวนอิม” ให้เราไดสักการะกันอีกด้วย

การเดินทาง ตามถนนสายนครนายก-น้ำตกสาริกา เลยตัวจังหวัดมาประมาณ 4 กิโลเมตร ขวามือจะมีป้ายขนาดใหญ่ ตั้งเด่นเห็นชัดเจนอยู่ริมถนนทางเข้าไปยังตัววัด

ขอขอบคุณ http://travel.truelife.com

วัดพราหมณี (หลวงพ่อปากแดง)

สถานที่สำคัญภายในวัด

1. อุโบสถหลวงพ่อปากแดง
ความหมายการถวายน้ำแดง, กล้วยน้ำว้า
2. ศาลเจ้าแม่กวนอิม
3. ศาลพระเจ้าตากสินมหาราช
4. พระพิฆเนศ
5. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนเงิน ตะเคียนทอง
6. อนุสรณ์สถานญี่ปุ่น
7. วิหารพระโพธิ์
8. พญายมราช
9. พระสิวลี
10. พระพรหม
11. ป้ายหน้าวัด (มีชีปะขาว)
12. โรงทาน
13. ช้างพลายเงิน พลายทอง รอบอุโบสถ
14. ตลาดสดในวัด
15. ตลาดโรงเกลือ
16. ตลาดชุมชนบริเวณที่จอดรถ
พิธีกรรมการนอนโลง (วันละ 2 รอบ  รอบเช้า  8.30 น. รอบบ่าย 12.30 น.)
1. ซื้อบัตรราคา 80 บาท
2. นำบัตรมารอรับเครื่องสังฆทาน
3. เข้านั่งในศาลาเพื่อทำพิธีสวดโดยพระสงฆ์
4. ถวายสังฆทาน
5. เข้านอนในโลง เพื่อทำพิธีบังสกุลตาย บังสกุลเป็น (ให้ทุกคนเตรียมเงิน 100 บาท เพื่อเป็นค่าซื้อที่ดิน วางไว้ในโลง)
6. เสร็จจากนอนโลง ให้มาพรมน้ำมนต์และเจิมหน้าผาก  เป็นอันเสร็จพิธีกรรม

ขอขอบคุณ http://www.intaram.org

วัดพราหม์มณี

DSC_1467

วัดพราหม์มณี ถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งใน จ.นครนายก มีพระประธานศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นที่เคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง มีชื่อว่า “หลวงพ่อปากแดง” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มทาสีแดงเห็นชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง” สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของหลวงพ่อมีสีแดงสด เหมือนมีผู้นำลิปสติกไปทาไว้ ผู้เฒ่าผู้แก่ย่านนั้นยืนยัน ว่าเห็นปากท่านแดงแบบนี้ มาตั้งแต่เกิด พระครูโสภณพรหมคุณ หรือ “หลวงพ่อตึ๋ง” เจ้าอาวาสวัดพราหมณี เล่าว่าตำนานเชื่อกันหลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อพระสุก และหลวงพ่อพระใส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบัน ที่ได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทน์ พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้านได้แยกย้ายไปตามวัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดงนั้น ถูกชาวบ้านอัญเชิญและนำมาหยุดยังพื้นที่ว่างบริเวณที่เป็นวัดพราหมณีปัจจุบันนี้ จากนั้นก็ลงมือสร้างวัดแล้วก็อัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นเป็นพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งต่อมา “หลวงพ่อปากแดง” ก็กลายมาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาว จ.นครนายก จนทุกวันนี้

ขอขอบคุณ http://www.chillpainai.com/

วัดหลวงพ่อปากแดง

 

watluangporpakdang4

วัดพราหม์มณี หรือ วัดหลวงพ่อปากแดง ถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งใน จ.นครนายก วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ สร้าง ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ปัจจุบัน เป็นวัดพัฒนา ตัวอย่าง ภายในบริเวณวัดร่มรื่น สวยงามจัด เป็นหมวด หมู่ เขตพุทธาวาส สังฆาวาส เป็นระเบียบ สะอาดสะอ้านทั้งสถานที่ บรรเทาทุกข์ก็ มีผู้รักษาดูแล ตลอดเวลา มีพระประธานศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นที่เคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง มีชื่อว่า “หลวงพ่อปากแดง” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะ สัมฤทธิ์หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์ แย้มทาสีแดงเห็นชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง” สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของ หลวงพ่อมี สีแดงสดเหมือนมีผู้นำลิปสติก ไปทาไว้ ผู้เฒ่าผู้แก่ย่านนั้นยืนยันว่าเห็นปากท่านแดง แบบนี้มาตั้งแต่เกิด เป็นอันว่าหลวงพ่อมีปากสีแดงมา นับร้อยปีแล้ว โดยไม่มีใครนำสี ไปทาแต่อย่างใด นับเป็นความแปลก ใจแก่ผู้ที่ได้ ไปพบเห็นมี ตำนานเชื่อกันหลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อ พระสุกและหลวงพ่อพระไส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบันที่ได้ อัญเชิญมาจาก นครเวียงจันทน์ ลาว พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้าน ได้แยกย้ายไปตาม วัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดง ก็มาเป็นพระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์ ของชาว จ.นครนายก จนทุกวันนี้

ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ประชาชนเดินทางไปเที่ยวน้ำตกสาริกาจะต้องแวะกราบ สักการบูชา พร้อมกับบนบานด้วย กล้วยน้ำว้า ๙ หวี หมากพลู ๙ ชุด พวงมาลัย ๙ พวง กันอย่างล้นหลามตาม ความปรารถนาตัวเองจะมีประชาชน ทั่วสารทิศเดินทางไป เที่ยวพักผ่อน หย่อนใจที่ น้ำตกสาริกา จ.นครนายก ทั้งรถโดยสารและรถส่วนตัวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้รถรา แน่นขนัดเต็มลานวัดทุกวัน พระครูโสภณพรหมคุณ หรือที่ชาวบ้าน เรียกขานท่านว่า หลวงพ่อตึ๋ง เจ้าอาวาสวัดพราหมณี บอกว่า สาธุชนจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจ เดินทางไปกราบนมัสการบนบานหลวงพ่อปากแดง เพื่อขอให้ ตัวเองและครอบครัว ทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง รับราชการเป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน ขอให้ตัวเอง มียศตำแหน่งสูงขึ้น ส่วนใหญ่ผู้ ที่มาบนบาน ก็ขอให้หน้าที่การงานเติบโต ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง เรื่องที่ไม่พลาด คือขอเลขเด็ด ขอให้ถูกหวยรวยทรัพย์

การเดินทางไปวัดหลวงพ่อปากแดงตามถนนสายนครนายก-น้ำตกสาริกา เลยตัวจังหวัดมา 4 กิโลเมตร ขวามือจะมีป้ายใหญ่ๆ เขียนไว้ว่า “ถึงแล้ว หลวงพ่อปากแดง วัดพราหมณี” ตั้งเด่นเห็นชัดเจนอยู่ริมถนน

มีรถตู้จากอนสาวรีย์ชัย ให้ขึ้นรถตู้ กรุงเทพ – เขื่อนขุนด่าน จากรังสิตให้ขึ้นรถตู้สายองครักษ์-เขื่อนขุนด่านที่ใต้สะพานฟิวเจอร์รังสิต รถจะผ่านนำตกวังตะไคร้ อุทยานพระพิฆเนศ วัดหลวงพ่อปากแดง และสิ้นสุดที่หน้าเขื่อนขุนด่าน บอกให้รถไปส่งที่วัด และให้ขอเบอร์โทร เวลากลับหรือจะนั่งรถไปต่อที่เขื่อนขุนด่านก็ให้โทรแจ้ง

ขอขอบคุณ http://www.paiduaykan.com/

. . . . . . .
. . . . . . .